Untitled Document

หน้าแรก

ข่าว
     
 
รู้เท่าทันละครไทย
 




              รู้เท่าทันละครไทย
             คอละครไทยหรือใครก็ตามที่เปิดโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ น่าจะสังเกตเห็นความเป็นไปและจับจุดร่วมของละครบ้านเราได้ไม่ยาก แต่จะให้รู้ลึกถึงขั้นว่าละครไทยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมามีรูปแบบ เนื้อหา และสะท้อนภาพสังคมอย่างไร อาจจะไม่สามารถไล่เรียงและประมวลผลได้เสียทั้งหมด

แต่ล่าสุด ผศ.ดร.พรทิพย์ เย็นจะบก คณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้มีงานวิจัย "การรู้เท่าทันละครไทย" ออกมาให้เราได้ศึกษาลักษณะของละครโทรทัศน์ในบ้านเรากันแล้ว

โดยงานวิจัยได้ศึกษาจากละครกลุ่มตัวอย่างจำนวน 150 เรื่อง ทั้งละครหลังข่าวและอื่นๆ โดยคิดเป็นละครที่ออกอากาศในช่วงปี พ.ศ.2550 (ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบัน) 40 เรื่อง ละครที่ออกอากาศในช่วงปี พ.ศ.2549 จำนวน 49 เรื่อง และละครที่ออกอากาศในช่วงปี พ.ศ.2548 และก่อนหน้า 64 เรื่อง ซึ่งก็ได้ผลสรุปที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ในการออกอากาศรายการโทรทัศน์ 1 วัน (1,440 นาที) พบว่า เวลาออกอากาศละครช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ของช่อง 7 มีสัดส่วนสูงสุด (คิดเป็นร้อยละ 38.2) รองลงมาคือช่อง 3 (ร้อยละ 27.8) ตามด้วยช่อง 5 (ร้อยละ 3.8) และช่อง 9 (ร้อยละ 2)

สำหรับรูปแบบการดำเนินเรื่องและเนื้อหาที่ปรากฏในละครไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ ละครชีวิต/ต่อสู้ชีวิต (ร้อยละ 34), รักเชือดเฉือน(ร้อยละ 23.3), รักโรแมนติค (ร้อยละ 14.7), การแก้แค้น (ร้อยละ 8) และละครที่เกี่ยวเนื่องกับเพลง/ดนตรี/กีฬา (ร้อยละ 6)

ในส่วนของบุคลิกตัวละครก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เริ่มจากบท พระเอก ซึ่งมีอุปนิสัยที่พบบ่อยคือ ทำงานเก่ง, มีความเป็นสุภาพบุรุษ, รักเดียวใจเดียว, มีเหตุผล, ติดดินและสมถะ ส่วน นางเอก ที่พบบ่อย ได้แก่ ร่าเริง มีน้ำใจ มองโลกแง่ดี, พูดจาตรงไปตรงมา, คล่องแคล่ว ปราดเปรียว, กตัญญูซื่อสัตย์, อ่อนต่อโลกและไม่ทันคน

อนึ่ง พึงสังเกตว่า บุคลิกที่ถูกจัดอยู่ในด้านลบของพระนางในละครไทยก็มีไม่น้อยเช่นกัน อาทิ พระเอกอารมณ์ร้อน, เจ้าคิดเจ้าแค้น, ป่าเถื่อน, ดูถูกคน, ปากร้าย, หูเบา, เจ้าชู้ ฯลฯ ส่วนนางเอกนั้นมีความอ่อนต่อโลก, คิดมาก, ขี้ประชด, เชื่อคนง่าย, เอาแต่ใจ, หยิ่งในศักดิ์ศรีเกินไป, เจ้าคิดเจ้าแค้น ฯลฯ เป็นพฤติกรรมไม่พึงประสงค์

ฝ่าย นางร้าย มักจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ ขี้อิจฉา, แต่งกายยั่วยวน เซ็กซี่, โกหกเสแสร้ง, เอาแต่ใจ, บีบน้ำตาเก่ง ฯลฯ ในขณะที่นิสัยด้านดีอย่างหนึ่งที่นางร้ายมี แต่นางเอกไม่ปรากฏ (ในงานวิจัย) ก็คือ "ความฉลาด" นั่นเอง

ส่วน ตัวโกงฝ่ายชาย มักจะเจ้าเล่ห์, เห็นแก่เงิน, เห็นแก่ตัว, จิตใจโหดเหี้ยม เป็นมาเฟียหรือเจ้าพ่อ ไม่เอาการเอางาน ฯลฯ ซึ่งเป็นนิสัยที่มักจะไม่พบในตัวพระเอกไม่ว่าจะด้านบวกหรือลบ กระนั้น จุดร่วมของผู้ชายทั้งฝ่ายดีและร้ายนี้ก็ยังพอมี ซึ่งก็ได้แก่ความ "เจ้าชู้" นั่นเอง

มาดูภาพสะท้อนทางสังคมและวัฒนธรรมที่ปรากฏในละครกันบ้าง โดยจากการวิจัยพบว่า ละครไทยสะท้อนภาพทางสังคมมากที่สุด (คิดเป็นร้อยละ 62.7) รองลงมาคือสะท้อนภาพทางวัฒนธรรมการครองเรือน (ร้อยละ 20) สุดท้ายคือสะท้อนภาพทางวัฒนธรรมความเชื่อ ศาสนา และประเพณีพื้นบ้าน (ร้อยละ 17.3)

ทั้งนี้ ภาพสะท้อนดังกล่าวยังแยกย่อยออกไปได้อีก กล่าวคือ ละครสะท้อนภาพทางสังคม จะนำเสนอประเด็นความแตกต่างทางฐานะมากที่สุด รองลงมาคือการต่อสู้ชีวิตของชนชั้นล่าง และความรุนแรง การใช้กำลัง สงคราม

ส่วนละครสะท้อนภาพวัฒนธรรมการครองเรือนนั้น จะนำเสนอประเด็นการใช้ชีวิตคู่ ความรักกุ๊กกิ๊ก การปรับความเข้าใจ มากที่สุด รองลงมาได้แก่ ความขัดแย้งในครอบครัว ครอบครัวแตกแยก ทะเลาะเบาะแว้ง ตามด้วยความรักหรือความสัมพันธ์ฉาบฉวย มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ตั้งใจ การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม

ด้านละครสะท้อนภาพทางวัฒนธรรมความเชื่อ ศาสนา และประเพณีพื้นบ้าน จะนำเสนอประเด็นความเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายและวิญญาณมากที่สุด ตามด้วยวิธีคิดเรื่องบาปบุญคุณโทษ เวรกรรม และหลักคำสอนทางศาสนา เช่น ความกตัญญู ความซื่อสัตย์

อีกประเด็นน่าสนใจที่เกี่ยวเนื่องกับงานวิจัยก็คือ รายชื่อละครกลุ่มตัวอย่างทั้ง 150 เรื่อง ที่ถูกนำมาศึกษาวิจัย มีเพียง 12 เรื่องเท่านั้นที่ถูกจัดให้เป็น "ละครดี" เพื่อเด็กและเยาวชนและครอบครัว ซึ่งก็ได้แก่ ละครเรื่อง "กงจักรลายดอกบัว", "สวัสดีคุณครู", "เหตุเกิดในครอบครัว", "เจ้าหนูเทควันโด", "ใจแจ๋วกับเรือจิ๋ว", "สุดรักสุดดวงใจ", "ลมหวน", "โลกกลมๆ ของขนมถ้วย", "ครูไหวใจร้าย", ไกระดานสีรุ้ง", "ธรรมะทำไม" และ "ธรรมะติดปีก"

ซึ่งนั่นก็อาจจะสะท้อนนัยยะว่า ในบรรดาละครทั้งหลายทั้งปวงที่ฉายในบ้านเรา ผู้วิจัยมองว่ามีไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่จัดเป็นละครดีเพื่อเด็กและครอบครัว ส่วนละครเรื่องอื่นๆ ถ้าไม่จัดอยู่ในประเภทละครย้อนยุค ก็ถือว่าถูกละไว้ในฐานที่เข้าใจ ว่าเป็นละครประเภทไหนกันแน่

ทั้งนี้ เราก็ยังเชื่อว่าถ้าได้เห็นรายชื่อและได้พิจารณาละครทั้งหมด หลายคนอาจจะแย้งว่า ไม่จริงหรอก ยังมีอีกมากที่ควรได้รับการเรียกขานว่าเป็น "ละครดีและมีประโยชน์สำหรับเด็ก" บางคนก็อาจจะมองด้วยซ้ำไปว่า ละคร 1 ใน 12 เรื่องข้างต้นออกจะเข้าข่ายล่อแหลมจนไม่อยากให้บุตรหลานที่บ้านดูด้วยซ้ำ

เพราะต่างคนก็ต่างมุมมองอย่างนี้ วิธีรับชมละครที่ดีที่สุดจึงอาจจะไม่ใช่การหวังพึ่งระบบเรตติ้ง (ซึ่งจะแก้ไขกันอีกสักกี่รอบ ทุกคนในประเทศก็คงไม่มีวันเห็นเป็นมาตรฐานเดียวกัน) ที่แม้จะช่วยได้ หากก็คงเป็นแค่ระดับหนึ่ง

แต่ทางออกที่ดีที่สุดอาจจะได้แก่ การดูแล้ว "รู้ให้เท่าทัน" อย่างที่ชื่องานวิจัยบอกนั่นไง





แหล่งข้อมูล:
มติชน 11 กค. 50
  11 กรกฏาคม 2550   16:40 น.
 
     

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เลขที่ 255 บริเวณสถานสงเคราะห์หญิงบ้านราชวิถี ตึกดรุณวิถี ชั้น 1 ถนนราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0 2 306 8934,8935 e - mail : socialwarning@m-society.go.th 

ออกแบบและพัฒนาโดย : คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ถ.เสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240