"ดอกสร้อย สุภาสิต" พระราชดำริสมเด็จพระเทพฯ ทรงให้รื้อฟื้น
 




              สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำรัส ในระหว่างทรงเปิดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยทรงแนะให้ฟื้นหนังสือเก่าอายุ 50-100 ปี จัดพิมพ์ใหม่ให้ความรู้เด็กไทย อาทิ ดอกสร้อยสุภาสิต มูลบทบรรพกิจ และหนังสือแบบเรียนภาษาไทยสำหรับเด็ก เนื่องจากพระองค์ทรงห่วงคนไทยอ่านหนังสือน้อย
             “ผู้จัดการ” ได้นำสำเนาตัวอย่างหนังสือต้นฉบับ “ดอกสร้อย สุภาสิต” ที่สมเด็จพระเทพฯ มีพระราชดำรัสให้รื้อฟื้นขึ้นใหม่มานำเสนอ
หนังสือดังกล่าว เป็นหนังสือที่กระทรวงธรรมการ(กระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน) ได้ให้กรมราชบัณฑิตจัดพิมพ์ขึ้น เพื่อให้เป็นหนังสืออ่านประกอบประโยชน์แก่การศึกษา ใช้ชื่อว่า "หนังสืออ่านจินตกระวีนิพนธ์" ให้อาจารย์ใช้สำหรับนักเรียนหัดอ่าน เรียนศัพท์ บอกให้เขียน หรือเลือกเป็นแบบฝึกหัดไวยากรณ์ ฝึกหัดการย่อความ เรียงความในการแต่งหนังสือ
คำนำดอกสร้อยสุภาสิต ได้ระบุไว้ว่า
“หนังสือเรื่องนี้พระเจ้าบรมวงษเธอกรมหลวงดำรงราชานุภาพ แต่ครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็ก ได้ทรงจัดให้จินตกระวีทั้งหลายช่วยกันแต่งขึ้น แล้วจัดพิมพ์ขึ้นสำหรับโรงเลี้ยงเด็ก เพื่อให้เด็กได้ร้องเล่น โดยทรงมีพระดำริห์เห็นว่า ถ้อยคำที่รวบรวมกันเป็นบทบาท สำหรับเด็กร้องเล่นอยู่ตามธรรมดาชาวบ้านเป็นบทขันๆ อยู่ แต่ในบทหนึ่งๆ ข้อความย่อมเหลวไหลเลื่อนเปื้อนต่อไม่ติด เช่น “กะเกย เลย ละ กุ้ง กะ มุกไม้” เป็นต้น จึงทรงแปลงเอาแต่ชื่อของบทเดิมๆ ซึ่งเด็กร้องๆ เล่นอยู่นั้นเอง มาเป็นเค้าแต่งเรื่องขึ้นผสม ให้มีใจความเป็นเครื่องสอนประกอบด้วย เพื่อให้ร้องเล่นเป็นประโยชน์ มาบัดนี้กระทรวงธรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องที่แต่งดีควรจะเป็นหนังสือสอน อ่านของเด็กนักเรียนชั้นมูลศึกษาได้ จึงได้กราบทูลขอประทานอนุญาตเอามาพิมพ์ใช้เป็นหนังสือเรียนสามัญ ก็โปรดประทานอนุญาต และได้ทรงตรวจแก้ไขเพิ่มเติมจากฉบับเดิมอีกบ้างเล็กน้อย คราวนี้จึงได้พิมพ์ขึ้นเป็นหนังสืออ่านสำหรับกระทรวงธรรมการเป็นครั้งแรก”
ทั้งนี้ สำหรับสำเนาหนังสือดอกสร้อยฯ ฉบับนี้จัดพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งที่ 4 จำนวน 50,000 ฉบับ ใน ร.ศ.130 ปกกระดาษ ราคาเล่มละ 4 สตางค์ พิมพ์โดยโรงพิมพ์อักษรนิติ์ บางขุนพรหม ปัจจุบันหนังสือดอกสร้อยฯ อยู่ในความดูแลของสำนักหอสมุดแห่งชาติ เนื่องจากเป็นหนังสือหายาก
สำหรับหนังสือดอกสร้อยฯ นั้น สมเด็จพระเทพฯ ได้ทรงนำเอาบทดอกสร้อยบางบทมาทรงพระอักษร และทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ประกอบ พระราชทานให้จัดพิมพ์เป็นโปสการ์ด “ร่ายเส้นเป็นดอกสร้อย” ออกจำหน่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไปด้วย
ตัวอย่างบทดอกสร้อยจากหนังสือ “ดอกสร้อย สุภาสิต”
ดอกสร้อย
“บทเอ๋ย บทดอกสร้อย ใช่แต่งให้เด็กน้อยเจ้าสรวลเส
จงร้องเล่นเป็นเวลา ผ่อนฮาเฮ แทนลำนำยี่เกที่จำมา
อันยี่เก ลามก ตลกเล่น รำเต้น สิ้นอาย ขายหน้า
ไม่ควรจะจดจำเป็นตำรา มันจะพาเสียคนป่นปี้เอย”
(พระเจ้าบรมวงษเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ร้องลำ ฝรั่ง รำ เท้า)
“ผู้จัดการ” ได้นำสำเนาตัวอย่างหนังสือต้นฉบับ “ดอกสร้อย สุภาสิต” ที่สมเด็จพระเทพฯ มีพระราชดำรัสให้รื้อฟื้นขึ้นใหม่มานำเสนอ
หนังสือดังกล่าว เป็นหนังสือที่กระทรวงธรรมการ(กระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน) ได้ให้กรมราชบัณฑิตจัดพิมพ์ขึ้น เพื่อให้เป็นหนังสืออ่านประกอบประโยชน์แก่การศึกษา ใช้ชื่อว่า "หนังสืออ่านจินตกระวีนิพนธ์" ให้อาจารย์ใช้สำหรับนักเรียนหัดอ่าน เรียนศัพท์ บอกให้เขียน หรือเลือกเป็นแบบฝึกหัดไวยากรณ์ ฝึกหัดการย่อความ เรียงความในการแต่งหนังสือ

คำนำดอกสร้อยสุภาสิต ได้ระบุไว้ว่า
“หนังสือเรื่องนี้พระเจ้าบรมวงษเธอกรมหลวงดำรงราชานุภาพ แต่ครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเลี้ยงเด็ก ได้ทรงจัดให้จินตกระวีทั้งหลายช่วยกันแต่งขึ้น แล้วจัดพิมพ์ขึ้นสำหรับโรงเลี้ยงเด็ก เพื่อให้เด็กได้ร้องเล่น โดยทรงมีพระดำริห์เห็นว่า ถ้อยคำที่รวบรวมกันเป็นบทบาท สำหรับเด็กร้องเล่นอยู่ตามธรรมดาชาวบ้านเป็นบทขันๆ อยู่ แต่ในบทหนึ่งๆ ข้อความย่อมเหลวไหลเลื่อนเปื้อนต่อไม่ติด เช่น “กะเกย เลย ละ กุ้ง กะ มุกไม้” เป็นต้น จึงทรงแปลงเอาแต่ชื่อของบทเดิมๆ ซึ่งเด็กร้องๆ เล่นอยู่นั้นเอง มาเป็นเค้าแต่งเรื่องขึ้นผสม ให้มีใจความเป็นเครื่องสอนประกอบด้วย เพื่อให้ร้องเล่นเป็นประโยชน์ มาบัดนี้กระทรวงธรรมการเห็นว่าเป็นเรื่องที่แต่งดีควรจะเป็นหนังสือสอน อ่านของเด็กนักเรียนชั้นมูลศึกษาได้ จึงได้กราบทูลขอประทานอนุญาตเอามาพิมพ์ใช้เป็นหนังสือเรียนสามัญ ก็โปรดประทานอนุญาต และได้ทรงตรวจแก้ไขเพิ่มเติมจากฉบับเดิมอีกบ้างเล็กน้อย คราวนี้จึงได้พิมพ์ขึ้นเป็นหนังสืออ่านสำหรับกระทรวงธรรมการเป็นครั้งแรก”
ทั้งนี้ สำหรับสำเนาหนังสือดอกสร้อยฯ ฉบับนี้จัดพิมพ์ขึ้นเป็นครั้งที่ 4 จำนวน 50,000 ฉบับ ใน ร.ศ.130 ปกกระดาษ ราคาเล่มละ 4 สตางค์ พิมพ์โดยโรงพิมพ์อักษรนิติ์ บางขุนพรหม ปัจจุบันหนังสือดอกสร้อยฯ อยู่ในความดูแลของสำนักหอสมุดแห่งชาติ เนื่องจากเป็นหนังสือหายาก
สำหรับหนังสือดอกสร้อยฯ นั้น สมเด็จพระเทพฯ ได้ทรงนำเอาบทดอกสร้อยบางบทมาทรงพระอักษร และทรงวาดภาพฝีพระหัตถ์ประกอบ พระราชทานให้จัดพิมพ์เป็นโปสการ์ด “ร่ายเส้นเป็นดอกสร้อย” ออกจำหน่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไปด้วย
ตัวอย่างบทดอกสร้อยจากหนังสือ “ดอกสร้อย สุภาสิต”
ดอกสร้อย
“บทเอ๋ย บทดอกสร้อย ใช่แต่งให้เด็กน้อยเจ้าสรวลเส
จงร้องเล่นเป็นเวลา ผ่อนฮาเฮ แทนลำนำยี่เกที่จำมา
อันยี่เก ลามก ตลกเล่น รำเต้น สิ้นอาย ขายหน้า
ไม่ควรจะจดจำเป็นตำรา มันจะพาเสียคนป่นปี้เอย”
(พระเจ้าบรมวงษเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ ทรงนิพนธ์ ร้องลำ ฝรั่ง รำ เท้า)
แมวเหมียวแยกเขี้ยวยิงฟัน
“แมวเอ๋ย แมวเหมียว รูปร่างประเปรียวเป็นนักหนา
ร้องเรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มา เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดู
รู้จักเอารักเข้าต่อตั้ง ค่ำๆ ซ้ำนั่งระวังหนู
ควรนับว่ามันกตัญญู พอดูอย่างไว้ใส่ใจเอย
(นายทัดเปรียญ แต่ง ร้องลำแขกวรเชฐ)
หมายเหตุ : บางคำมีรูปแบบการเขียนแตกต่างจากปัจจุบัน เนื่องจากคัดลอกตามสำเนาต้นฉบับหนังสือดอกสร้อยฯ



แหล่งข้อมูล:
ผู้จัดการ 11 ตค. 48
  11 ตุลาคม 2548 09:59 น.
 
     

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เลขที่ 255 บริเวณสถานสงเคราะห์หญิงบ้านราชวิถี ตึกดรุณวิถี ชั้น 1 ถนนราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0 2 306 8934,8935 e - mail : socialwarning@m-society.go.th 

ออกแบบและพัฒนาโดย : คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ถ.เสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240