โซเชียลเน็ตเวิร์ก พลิกโฉมสาวไซด์ไลน์
 




              โซเชียลเน็ตเวิร์ก พลิกโฉมสาวไซด์ไลน์
              - ทะลักแล้วจ้า ทะลักแล้ว
       - ช่องทางสังคมออนไลน์ เปิดโอกาสให้สาวน้อย สาวใหญ่แห่ทำงานขายของสงวนกันมากขึ้น-ง่ายขึ้น
       - เชื่อหรือไม่ยุคสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำค้ากามเบิกบานกว่าเดิม
       - ทะลวงพฤติกรรมส่งการบ้าน ขอลายแทง ทำสาวไซด์ไลน์บางคนยอดคนคลิกทะลักแสนคน

       
       ยุคนี้อะไรๆก็เครือข่ายสังคมออนไลน์
       
       ทำการตลาดให้เวิร์ก โดนใจคนรุ่นใหม่ต้องผ่าน Facebook
       
       อยากตามหาญาติพ่อแม่พี่น้อง หรือเพื่อนฝูงที่พลัดพรากจากกันมานาน Hi 5 ใช่เลย
       
       สร้างกระแสรักชาติ ฟื้นฟูวิกฤต Twitter ช่วยได้
       
       หรือชายอารมณ์เปลี่ยวต้องการหาสาวเคียงข้าง อยู่ว่างๆไม่รู้จะไปหาที่ไหน หยิบไอโฟนคู่ใจเข้าอินเตอร์เน็ต คีย์คำว่า "ไซด์ไลน์" ชั่วอึดใจรายชื่อสาวสวย พร้อมรูปถ่ายหน้าตาแอ๊บแบ๊ว บอกสัดส่วน สรรพคุณ ความสามารถพิเศษ เบอร์โทรศัพท์ ขึ้นมาให้เลือกจนลานตาไปหมด
       
       ว่าแต่...วันนี้เริ่มต้นที่น้องเฟิร์นก่อนดีกว่า
       
       
ไซด์ไลน์ทะลัก
       Social Network

       
       การขยายตัวที่รวดเร็วของเครือข่ายสังคมออนไลน์(Social network)ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Hi 5, Facebook, หรือแม้แต่อินเตอร์เน็ตธรรมดาๆ เป็นเหมือนกับการระเบิดช่องว่าง และข้อจำกัดในการเข้าสู่ถนนสาย Sideline ของหนุ่มสาวยุคไซเบอร์ให้เปิดกว้าง และคึกคักมากขึ้น
       
       เดิมนั้นหนุ่มสาวชาวไซด์ไลน์ ต้องพึ่งพานายหน้า คนกลาง เพื่อหาลูกค้ามาใช้บริการ อย่าง อาบ-อบ-นวด, คอกเทลเลาจน์ บาร์ และอื่นๆ ที่ทำหน้าที่เสมือนช่องทางจำหน่าย หรือเอาต์เล็ต แน่นอนวิธีการนี้ย่อมถูกหักค่าตัว หักหัวคิว เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ค่าน้ำ ค่าไฟ ให้กับเจ้าของช่องทางเ เพราะหากขาดเอาท์เล็ตก็คงไม่มีสถานที่ให้โชว์ตัว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็น เปรียบได้กับการให้ลูกค้าได้เห็นตัวสินค้า สามารถจับต้องได้ จนถึงการต่อรองราคา
       
       ไม่ว่าใครจะปฏิเสธเช่นไรว่า สถานที่สาธารณะทั้งสนามหลวง สวนลุมพินี ส่วนจตุจักร ด้านหลัง ย่านสี่แยกอโศกเพชรบุรี บริเวณรอบโรงแรมสยามในอดีต ถือเป็นเชลฟ์โชว์สินค้าชั้นเลิศ เพราะเป็นจุดที่ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่รู้จักเป็นอย่างดี ไม่จำเป็นต้องโปรโมต ปัจจุบันสถานที่เหล่านี้ยังมีสาวไซด์ไลน์ หรือทำเป็นอาชีพแบบจริงจังแวะเวียนมา ยืนรอลูกค้ามาใช้บริการ
       
       ที่มาของสาวไซด์ไลน์ส่วนใหญ่ เป็นหมอนวด ทั้งแผนโบราณ และปัจจุบันอย่างอาบ-อบ-นวด ออกมาหารายได้เสริมหลังจากเปิดสถานบริการ มีส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นนักเรียน นักศึกษา หรือพนักงานบริษัทเอกชน ที่ออกมาหารายได้จากการขายบริการ เนื่องจากมีความเสียงที่อาจเจอกับคนรู้จัก หรือเพื่อนฝูง
       
       สาวไซด์ไลน์ ที่ใช้อาชีพขายบริการเป็นงานอดิเรกนั้น มีการรวมตัวกันเป็นเครือข่าย บางกลุ่มมีนายหน้าเป็นผู้หาลูกค้า บางกลุ่มอาศัยการบอกต่อลูกค้าจากเพื่อนฝูง รวมถึงสถานบริการรูปแบบใหม่ๆ ที่รวบรวมเอาเฉพาะสาวไซด์ไลน์มาให้บริการ โดยใช้บริการบังหน้าหลายรูแบบ เช่น ผับเปลื้องผ้า และบริการเพื่อนเที่ยว เป็นต้น
       
       ข้อดีสำหรับการใช้เครือข่าย Social Network ก็คือ ประการแรก เป็นช่องทางใหม่ที่เปิดโอกาสให้หนุ่ม สาวไซด์ไลน์ และลูกค้า เข้าถึงกันได้โดยตรง ในลักษณะไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง ประการที่สอง เด็กไซด์ไลน์มีโอกาสในเลือกลูกค้ามากขึ้น จากเดิมหมดสิทธิเลือกแก่ อ้วน หัวล้าน ฟันยื่น กลิ่นตัวแรง ต้องรับหมด ประการที่สาม สาวไซด์ไลน์ไม่ต้องถูกหักค่าหัวคิวเหมือนที่ผ่านมา เรียก 3,000 บาท รับเต็มๆ 3,000 บาท แต่ส่วนใหญ่ยังคงรวมกันเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มลาดพร้าว 130 ที่ขึ้นชื่อในการหลอกลูกค้า เป็นต้น โดยใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์หาลูกค้ากันเอง
       
       การเข้าถึงของกลุ่มลูกค้า หากอยู่ในแวดวง จะทราบกันดีว่า จะหาอีเมล์ หรือเพื่อติดต่อกับสาวไซด์ไลน์ได้จากไหน การสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์เหล่านี้ ทำให้ลูกค้าได้เห็นรูปภาพ ทราบรายละเอียดของเด็กไซน์ไลน์แต่ละคนได้อย่างละเอียด หรืออย่างน้อยก็ใช้ สังคมออนไลน์ในการพูดคุย เจรจา จนถึงการนัดพบกัน
       
       อีกช่องทางหนึ่งของการติดต่อกับสาวไซด์ไลน์ ผ่านSocial Network ต่างๆ คือการใช้เว็บไซต์ที่ตั้งตัวเป็นนายหน้า หรือแหล่งนัดพบกันระหว่างสาวไซด์ไลน์กับลูกค้า อาทิเช่น สยามไซด์ไลน์ ไซด์ไลน์ฮ๊อต หรือเว็บลองกิ๊ก เป็นต้น อันที่จริงเว็บไซต์สำหรับติดต่อกับหนุ่มสาว ไซด์ไลน์นั้น สามารถค้นหาได้ไม่ยาก ในเว็บท่าต่างๆ อาทิ Google เป็นต้น หรือแม้กระทั้ง Hi5 และFacebook การเสิร์ชหาโดยตรงจากข้อความ ไซด์ไลน์ สามารถหาได้ง่ายเช่นกัน
       
       เว็บไซต์ที่เป็นศูนย์รวมสาวไซด์ไลน์ เช่นsiamsideline.com จะเปิดรับสมัครทั้งสาวไซด์ไลน์ และลูกค้าเข้ามาอยู่ในเครือข่าย สำหรับสาวไซด์ไลน์นั้น ต้องเข้ามาให้ข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเลือก น้ำหนัก ส่วนสูง สัดส่วน รายละเอียดต่างๆ เช่น สีผิว สีผม สถานที่พัก ราคาที่ต้องการ เบอร์ติดต่อ อีเมล์ต่างๆ และที่สำคัญคือรูปภาพ
       
       ส่วนลูกค้านั้นนอกจากการสมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์แล้ว ยังมีการแบ่งระดับการเข้าถึงของลูกค้า เช่นลูกค้าทั่วไป ที่เปิดเข้ามาดูข้อมูลต่างๆ โดยไม่เสียค่าบริการ กับลูกค้าที่เว็บไซต์ตั้งให้เป็นลูกค้าระดับ VIP มีการคิดค่าบริการ ทั้งชั่วคราว รายเดือน และรายปี สำหรับอัตราค่าสมาชิกนั้น เริ่มต้นที่หลักร้อย จนไปถึงหลักพันบาท
       
       ลูกต้าระดับที่เรียกว่า VIP นี้จะได้รับข้อมูลของสาวไซด์ไลน์ ทั้งรูป รายละเอียดส่วนตัว อีเมล์ เบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อกันโดยตรง อยู่เป็นระยะๆ ส่วนค่าบริการนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ ต่ำสุดคือ 1,000-1,500 บาท จนถึงหลัก 10,000 บาท และมีสาวไซด์ไลน์บางคนเสนอให้จ่ายเป็นรายเดือน
       
       เครือข่ายสาวไซด์ไลน์ ในสังคมออนไลน์นั้น มีความเคลื่อนไหวและอัพเดตอยู่ตลอด ทั้งตัวสาวไซด์ไลน์ และลูกค้า ขณะที่บางเว็บไซต์มีการเปิดพื้นที่ให้สาวไซด์ไลน์ เข้ามาโพส ข้อความแนะนำตัวเองโดยไม่เสียค่าบริการ และผู้เข้ามาเยี่ยมชมเองก็ไม่เสียค่าบริการเช่นกัน
       
       ส่วนนี้จะได้รับความนิยมสูง เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายในการติดต่อ ตัวอย่างเว็บไซต์ เว็บลองกิ๊ก นั้น เด็กสาวสาวบางคนโพสข้อความ รายละเอียด ตรงกับความต้องการของลูกค้า จนทำให้มีผู้สนใจติดต่อมากเป็นแสนๆ รายก็มี ขณะที่ลูกค้าระดับ วีไอพี นั้น จะมีบริการส่งข้อมูลให้อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องติดต่อกันในเว็บไซต์อีก และบางคนเลือกที่จะติดต่อกับสาวไซน์ไลน์โดยตรงผ่านเครือข่าย Hi5 และFacebook ก็ได้
       
       ข้อดีของการใช้เว็บไซต์เหล่านี้เป็นประตู ติดต่อกับลูกค้า
       คือความปลอดภัย และการรันตีจะไม่ถูกล่อลวง โดยกลุ่มมิชฉาชีพ
       
       
อินไซด์สาวไซด์ไลน์
       

       นส.แอปเปิ้ล(นามสมมุติ) นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งย่านวิภาวดี บอกว่า ทั้ง Facebook และ Hi5 อาจเป็นช่องทางที่ใช้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง แต่ส่วนใหญ่รวมถึงตนเอง จะไม่ใช้ Facebook ของตัวเอง เพราะสังคมออนไลน์เป็นสิ่งที่เปิดกว้าง และเป็นสาธารณะมากเกินไป เป็นการเสี่ยงมากหากใช้ Social Network ส่วนตัว ซึ่งอาจมีทั้งผู้ปกครง เพื่อนฝูง คนที่รู้จัก เข้ามาพูดคุยโดยตลอด หากมีลูกค้าเข้ามาพูดคุย หรือติดต่อเข้ามาอาจทำให้ เพื่อนหรือคนรู้จักทราบความลับของเราที่แอบมาเป็นไซด์ไลน์ และคงไม่ดีแน่หากความลับถูกเปิดเผยในวงกว้าง
       
       การใช้ Social Network สาวไซด์ไลน์ในกลุ่มของตนเอง จะเป็นการใช้ ทั้ง Facebook และ Hi5 ร่วมกับกับเพื่อนไซด์ไลน์ด้วยกัน ใช้ Account ที่สร้างขึ้นมาเฉพาะ ใช้รูปภาพสาวเซ็กซี่ในอินเตอร์เน็ต ให้ข้อมูลรวมๆ มีเด็กๆ ในเครือข่ายประมาณ 5-10 คน โดยจะมีเพื่อนคนหนึ่งเป็นแกนกลางในการเลือกลูกค้า
       
       สำหรับค่าบริการนั้น ไม่มีรูปแบบตายตัว เพราะลูกค้าแต่ละคนมีรสนิยมที่แตกต่างกัน มีทั้งลูกค้าที่ชวนไปทานอาหาร ไปเที่ยวต่างจังหวัด และลูกค้าที่ชวนไปหลับนอนเลย เพราะฉะนั้นค่าตัวก็แล้วแต่สถานการณ์ แต่จะค่าบริการที่คิดกันเป็นมาตรฐานเช่น ออกไปทานข้าวคิดครั้งละ 2,000 บาท ชวนเที่ยวต่างจังหวัดต้องมีค่าเสียเวลา 5,000 บาท ขึ้นไป ส่วนที่ชวนไปหลับนอนเลยต่ำสุดคือ 3,000 บาท
       
       อย่างไรก็ตามค่าบริการเหล่านี้ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวเสียทีเดียว เพราะสาวไซด์ไลน์ที่หาลูกค้ากันเองในกลุ่มเพื่อนฝูงไม่ต้องเสียค่าหัวคิวให้ใคร เพราะฉะนั้นหากลูกค้าประจำ หรือลูกค้าไม่เรื่องมาก นิสัยดีๆ อาจได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
       
       แต่บางครั้งแอปเปิ้ลเองก็ต้องอาศัย นายหน้าหาลูกค้าให้ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็นการสกรีนลูกค้าเป็นการเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
       
       สาวไซด์ไลน์ในกลุ่มแอปเปิ้ลนั้น ส่วนใหญ่เป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ เข้าสู่วงการด้วยการชักชวนของเพื่อนสนิทที่เคยทำไซด์ไลน์มาก่อน และส่วนใหญ่จะพักอยู่ใกล้ๆ กันย่านห้วยขวาง จะมีไม่กี่คนที่เป็นคนกรุงเทพฯ อาศัยอยู่กับพ่อแม่
       
       แอปเปิ้ลบอกว่าแตงโม เป็นเพื่อนสาวไซด์ไลน์ ที่ไม่ได้มาจากต่างจังหวัด เป็นคนกรุงเทพฯ พักอยู่กับพ่อแม่ผู้ปกครง ดังนั้นไลฟ์สไตล์จึงแตกต่าง และจากการติดต่อแตงโมผ่านแอปเปิ้ล แตงโมเปิดเผยว่า ทำอาชีพเป็นสาวไซด์ไลน์มาปีเศษ โดยที่ทางบ้านไม่ทราบ เพราะการใช้ชีวิตเป็นปกรติ ตอนเช้าออกไปเรียนหนังสือ ใช้เวลาระหว่างวันในการรับลูกค้าบ้าง เสาร์-อาทิตย์ รับลูกค้าเฉพาะที่สนิทจริงๆ แต่ตอนนี้มีคนจ่ายค่าเลี้ยงดูเป็นรายเดือน ทำให้ไม่ต้องดิ้นรนไปหาลูกค้า ส่วนค่าบริการของแตงโมนั้นอยู่ที่ครั้งละ 5,000 บาทขึ้นไป
       
       ขณะที่แอปเปิ้ลบอกอีกว่า ลูกค้าที่มาใช้บริการมีแทบจะทุกวงการ นักการเมือง ข้าราชการ ดารา นักธุรกิจ พนักงานบริษัททั่วไป ไม่ว่าจะตำแหน่งอะไร มีมาใช้บริการกันทั้งนั้น
       
       สาวไซด์ไลน์นั้นบางส่วนก็มีอาชีพเป็นพริตตี้ด้วยเช่นกัน แต่มีไม่มากนัก การหาลูกค้าของสาวไซด์ไลน์กลุ่มนี้ จะผ่านนายหน้า ที่เป็นโมเดลลิ่ง นายหน้ากลุ่มนี้นอกจากมีสถานที่ตั้งเป็นหลักแหล่งแล้ว ในโลกไซเบอร์ก็มีการสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางติดต่อลูกค้าเช่นกัน สามารถสังเกตโมเดลลิ่งประเภทนี้ได้ ตรงที่จะมีบริการให้พริตตี้เป็นเพื่อนเที่ยว หรือเพื่อนทานข้าว เป็นต้น
       
       โดยโมเดลลิ่ง หรือนายหน้าประเภทให้บริการสาวไซด์ไลน์ด้วยนั้น จะมีกลุ่มลูกค้าประจำกลุ่มไม่ใหญ่ แต่มีฐานะทางสังคมดี มีการส่งข้อมูลรายละเอียด และรูปภาพผ่านโทรศัพท์มือถือ ให้กับลูกค้ารวมถึงราคาค่าตัวของสาวไซด์ไลน์แต่ละคน ซึ่งระดับราคาค่อนข้างสูงคือครั้งละ 8,000-30,000 บาท ขึ้นอยู่กับหน้าตา และอาชีพการทำงานของแต่ละคน เช่นพนักงานบริษัททั่วไป หน้าตาดี ผิวขาว สูง ประมาณ 8,000-10,000 บาท นักศึกษาระดับปริญญาตรี-โท 10,000-20,000 บาท ขึ้นอยู่กับรูปร่างหน้าตา ไปจนถึงระดับดารานางแบบ ที่ยังไม่ค่อยมีชื่อเสียงค่าตัวราวๆ 20,000-30,000 บาท เป็นต้น
       
       การติดต่อกับโมเดลลิ่งกลุ่มนี้ต้องอาศัยปากต่อปากของลูกค้า เพราะถือเป็นความลับทั้งโมเดลลิ่ง และลูกค้า มีไม่มากที่โปรโมตผ่านโลกออนไลน์ ซึ่งหาได้ไม่ยาก เพราะเพียงแค่จิ้มๆๆๆ ผ่านเสิร์ชเอนจิ้นทั่วไปก็สามารถหาได้แล้ว ยังไม่ใครการันตีว่า อาชีพสาวไซด์ไลน์ จะมีปริมาณมากน้อยเพียงใด หรือในโลกสังคมออนไลน์ เองก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่าในพื้นที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯมีปริมาณหลักพันหรือหลักหมื่น แต่จากการตรวจสอบจากเครือข่ายสังคมออนไลน์ และเว็บไซต์บางแห่ง มีสาวไซด์ไลน์ที่ออกมาหาลูกค้าหลายร้อยคน ที่สำคัญคือมีการอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดทั้งสาวไซด์ไลน์ และลูกค้า เป็นรายชั่วโมงเลยทีเดียว
       
       
"ส่งการบ้าน"
       After Purchase Experience
       

       ผู้ชายคนไหนเคยเข้าเว็บไซต์หาสาวไซด์ไลน์กันบ้าง เชื่อว่าคงมีไม่น้อย บางทีอาจจะมากกว่าคนที่ไม่เคยเข้าไปเยี่ยมชมเว็บประเภทนี้ด้วยซ้ำ
       
       ใครเคยเข้าหรือไม่เคยเข้าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะเชื่อหรือไม่ว่าเฉพาะเว็บ www.bathlover.com หรือเว็บสยามไซด์ไลน์นั้นมีผู้เยี่ยมชมในแต่ละวัน แต่ละเดือน เป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างเว็บแรกนั้นถือเป็นเว็บสุดฮิตของคนชอบอาบน้ำเลยก็ว่าได้ ว่ากันว่าในแต่ละเดือนจะมีผู้เข้าเยี่ยมชมถึง 3 ล้านเพจวิว ส่วนสยามไซด์ไลน์นั้นก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน แม้จะไม่มีตัวเลขคนเข้าชม แต่อนุมานจากการจำนวนคนที่เข้าไปติดต่อขอใช้บริการกับน้องบางคนเป็นตัวเลขถึงแสนกว่าคลิก
       
       สำหรับสาวไซด์ในบ้านเรามีอยู่ 3 ประเภท ประเภทแรก กลุ่ม N ที่ย่อมาจากคำว่า Normal เป็นพวกแม่บ้าน คนทำงานออฟฟิศ หรือสาวในตู้ที่ออกมาหาลำไพ่พิเศษ ประเภทที่สอง กลุ่ม C ย่อมาจาก College พวกนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยต่างๆ และประเภทที่สาม กลุ่ม L หรือ Lolita เป็นพวกเด็กมัธยม
       
       ถามว่าใน3 ประเภทนี้กลุ่มไหนมากที่สุดตอบแบบฟันธงได้เลยว่า ประเภทแรกมีมากที่สุด
       
       ความคึกคักของกระแสน้ำกามบนโลกออนไลน์ นอกจากที่กล่าวถึงไปบ้างแล้วในตอนต้นๆนั้น อีกส่วนหนึ่งก็มาจากพฤติกรรมของบรรดาผู้ชายที่ไปซื้อบริการด้วยเช่นกัน ตรงที่เมื่อคนหนึ่งไปเที่ยวกลับมาแล้ว จะมาบรรยาย หรือที่เรียกกันว่า "ส่งการบ้าน" ในห้องของคนคอเดียวกันได้อ่าน เพื่อแสดงถึงความภาคภูมิใจว่าได้ไป "จุ๊กจ๊ก" กับน้องคนนี้คนนั้นมาแล้ว และเล่าถึงความประทับใจกับน้องที่ตนเองขึ้นมาด้วยว่าดีหรือไม่อย่างไร เป็น after purchase experience ซึ่งจะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งคอยตามผล เผื่อดีจะได้ไปใช้บริการบ้าง หากไม่ดีจะได้ถอยห่าง ซึ่งในนี้จะมีการขอเบอร์ซึ่งกันและกัน หรือที่เรียกกันว่า "ลายแทง" เพื่อไปขุดหาสมบัติมหาสนุก จากตรงนี้ทำให้ตัวคนให้บริการเองหากเป็นพนักงานอ่างสามารถออกมารับงานข้างนอกได้ หรือเลิกทำงานเป็นพนักงานอาบอบนวดไปเลย เพราะทำงานตรงนี้จะสามารถอัพค่าตัวได้ดีกว่า เช่น ปกติบางคนสนนราคาค่าลงอ่างจะอยู่ที่ 2,000 บาท แต่พอเปลี่ยนมาอยุ่บนโลกออนไลน์มาสามารถเรียกราคาขึ้นไปถึง 3,000 บาทได้ เนื่องจากบางคน(ที่ไม่รู้) มองว่าไม่ได้ผ่านการกรำศึกมามากมาย หรือถ้าไม่ได้ทำงานอ่างก็จะมีสมาชิกคอยคิวใช้บริการยาวเหยียด
       
       "สมัยก่อนทำงานอาจได้แค่ 1.5 พันบาท อาจได้แขกไม่เท่าไร พอมาทำอินเทอร์เน็ตเองอัพราคาจากที่เคยทำ 1.5 มารับที่ 3 พัน อาศัยว่ารูปสวย มีไฮ 5 ของตนเอง ก็ทำลิงก์ให้ไปดูในไฮ 5 ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร จาก 1.5 พันบาทกลายเป็น 3 พัน กลายเป็น 3.5 เมื่อมีคนส่งการบ้านว่าดี คนอื่นก็อยากบ้าง"
       
       
*************
       
       
ค้ากามยุคดิจิตอล
       เทคโนโลยีเอื้อสุดๆ
       

       
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีพัฒนาการของเทคโนโลยีด้านต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีบนโลกอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพัฒนาการดังกล่าวได้ส่งผลให้รูปแบบการขายบริการทางเพศเปลี่ยนแปลงไป เพื่อตอบสนองกับกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ อีกทั้งเป็นช่องทางที่ผู้ขายบริการสามารถใช้ได้อย่างอิสระ เข้าถึงกลุ่มลูกค้า และยิ่งเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้นเพียงไร ก็ย่อมกลายเป็นเครื่องมือสำคัญของโลกค้ากามยุคดิจิตอล
       

       หากย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่มือถือเริ่มเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เทคโนโลยีบนโทรศัพท์ได้พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง จากที่เป็นการสื่อสารเพียงด้านเสียง มือถือก็สามารถที่จะถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอคุณภาพสูงได้ พร้อมๆ กับการส่งต่อไปสู่ผู้อื่น มือถือจึงกลายเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งที่สาวไซด์ไลน์ได้นำมาประยุกต์เข้ากับอาชีพของตนเอง มีการส่งรูป ส่งเอสเอ็มเอส เพียงแลกเปลี่ยนกับลูกค้า
       
       ยิ่งวันนี้พัฒนาการเทคโนโลยีมือถือก้าวไปไกลมาก สามารถเข้าถึงโลกออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา มือถือจึงเสมือนหน้าต่างเทคโนโลยีบานหนึ่งที่เป็นเวทีให้สาวขายบริการทั้งหลายใช้เป็นจุดโชว์ตัวตนของตนเอง และเป็นการเรียกลูกค้ากลุ่มผู้ใช้ ยิ่งมีกระแสของแบล็กเบอร์รี่ที่สามารถแชตกับกลุ่มได้โดยตรง เพียงการแลก pin ก็สามารถคุยกับคนที่ต้องการได้แล้ว
       
       ส่วนโลกของอินเทอร์เน็ตนั้น กลายเป็นแหล่งค้ากามดิจิตอลแหล่งใหญ่ไปแล้ว กับการเติบโตขึ้นของโลกไซเบอร์ พัฒนาการของการใช้โลกออนไลน์เป็นช่องทางค้ากามนั้น เกิดขึ้นตามกระแสการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เว็บไซต์ขายบริการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีเว็บไซต์นับพันที่ดำเนินธุรกิจในลักษณะเช่นนี้ มีการเชิญชวนให้ลูกค้าผู้ชายกลัดมันทั้งหลายเข้าสู่การใช้บริการในลักษณะนี้มากขึ้น
       
       และด้วยการเรียนรู้เทคโนโลยีที่ง่ายจากโลกอินเทอร์เน็ต ก็ส่งผลให้ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อบริการใช้เป็นจุดนัดพบกันเสมอและมีพัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ
       
       การใช้โลกออนไลน์เป็นช่องทางการขายบริการนั้น เริ่มต้นพร้อมๆ กับการบูมของการใช้อีเมล ซึ่งผู้ขายสามารถที่จะหาช่องทางส่งหรือสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้โปรแกรมสนทนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมยอดนิยมอย่างโปรแกรมเพิร์ท ซึ่งเป็นโปรแกรมสนทนาประเภท Internet Relay Chat ที่ใช้เชื่อมต่อเข้าไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการ การสนทนาจะทำเหมือนกับการส่งข้อความ คุยผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งเรียกว่าการแชต เมื่อต้องการสนทนาจะต้องเปิดเข้าที่โปรแกรมเพิร์ทเท่านั้น
       
       สาวไซด์ไลน์ที่ได้ประโยชน์จากการนำโปรแกรมเพิร์ทมาใช้ เนื่องจากประโยชน์ของเพิร์ทสามารถคุยกันได้ทีละหลายๆ คนในครั้งเดียว สามารถส่งรูปหากันระหว่างตนเองและคนอื่นได้ ที่สำคัญภายในโปรแกรมยังแบ่งเป็นห้องสนทนาย่อยๆ ตามความสนใจของผู้เล่น จะคุยเป็นการส่วนตัวที่เรียกกันว่าซิป หรือจะคุยผ่านหน้าห้องนั้นๆ ก็ได้ ส่งผลให้เกิดมีห้องขายบริการเกิดขึ้น
       
       นอกจากนี้ยังมีการใช้โปรแกรมคิวคิว ซึ่งถือเป็นซอฟต์แวร์สำหรับใช้รับส่งข้อความผ่านอินเทอร์เน็ตในลักษณะ Instant messenger ซอฟต์แวร์นี้ช่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการส่งหรือรับข้อความก็สามารถทำได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ด้วย เช่นส่งอีเมล รับส่งไฟล์ รับส่งข้อความ เล่นเน็ตมีตติ้ง แชตรูม พีซีทูพีซีวอยซ์แชตและอื่นๆ อีกมากมาย เว็บไซต์อันดับหนึ่งของเมืองไทยอย่างสนุกดอทคอมมีการใช้โปรแกรมคิวคิวนี้เช่นกัน หากเข้าไปที่ห้องอาวุโส ก็จะพบว่ามีผู้หญิงที่เข้ามาขายบริการโพสต์ข้อความและทิ้งเบอร์โทรศัพท์ หรือเบอร์อีเมลไว้สำหรับการติดต่อ
       
       โปรแกรมที่มีไว้แชตกันอย่าง MSN Messenger ก็เป็นอีกช่องทางที่เทคโนโลยีได้เอื้ออำนวยให้สาวไซด์ไลน์ทั้งหลายใช้เป็นช่องทางพูดคุยกับกลุ่มลูกค้าของตนเอง และยิ่งเมื่อมีอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ก็สามารถที่จะใช้ประโยชน์ของกล้องวิดีโอที่สามารถโชว์รูปร่าง หน้าตา อวดโฉมให้เสือหิวทั้งหลายยอมควักเงินในกระเป๋าเพื่อแลกกับการร่วมเพศ
       
       อย่างไรก็ตาม เมื่อกระแสของโซเชียลเน็ตเวิร์กเริ่มเติบโตขึ้น เวทีนี้ก็กลายเป็นอีกเวทีหนึ่งที่บรรดาสาวไซด์ไลน์ปัจจุบันใช้เป็นช่องทางของโสเภณีออนไลน์ โดยช่องทางนี้น่าจับตาอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มลูกค้านั้น จะสามารถสื่อสารและรู้ถึงรายละเอียดของผู้หญิงขายบริการได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น
       
       โซเชียลเน็ตเวิร์กแรกๆ ที่ฮอตและโด่งดังมากกับการที่สาวไซด์ไลน์ทั้งหลายนำเทคโนโลยีมาใช้ก็คือ hi5 หลังจากเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี 2546 ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี มีคนเข้ามาเล่นกันอย่างมากมาย เรียกได้ว่าใครไม่มีไฮไฟว์ ใครเล่นไม่เป็นตกเทรนด์
       
         hi5 เป็นระบบอินเทอร์เน็ตออนไลน์ที่มีการเชิญเพื่อน
       จากรายชื่อเพื่อนในอีเมลต่างๆ สมัครเข้ามาเป็นเพื่อนของเรา โดยระบบจะทำการแอดเมลเพื่อนให้ รูปแบบทั่วไปภายใน hi5 จะมีทั้งการโชว์รูปภาพ เพื่อพรีเซนต์ตัวเอง เราได้แสดงความเป็นตัวตนของเราอย่างภาคภูมิใจ ด้วยการสร้างและตกแต่ง hi5 ของเราด้วย ของแต่ง hi5 ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ, Skin, Wallpaper, ดุ๊กดิ๊ก, Cursor, ภาพเคลื่อนไหว และของแต่ง hi5 อื่นๆ อีกมากมาย มีพื้นที่ให้เขียนเรื่องราวส่วนตัวด้วย
       
       วิธีสมัครก็ทำได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือคลิกเข้าไปที่ www.hi5.com คลิกที่ปุ่ม Sign Up ระบบจะถามชื่อและรหัสผ่านให้ใส่ไปตามที่สมาชิกต้องการ ระบบจะลิงก์ข้อมูลเข้าไปในอินเทอร์เน็ตทั่วโลก หรือใครได้รับอีเมลจากเพื่อน ชวนไปสมัครยิ่งเร็วมากขึ้น เพราะระบบออนไลน์จะทำการหาเพื่อนให้มาเป็นสมาชิก และยังมีรายชื่อสมาชิกคนอื่นๆ อยู่ในลิสต์ เพียงเราคลิกคำว่า "Add" สมาชิกคนอื่นๆ ก็จะมาเป็นเพื่อนกับเราโดยอัตโนมัติ หรือถ้าเราสมัครตรงจากเว็บ hi5 ระบบนี้ก็จะไปเชิญชวนเพื่อนๆ และคนรู้จักของเพื่อนๆ มาเป็นเพื่อนเราเหมือนกัน
       
         hi5 จึงเป็นเหมือนตู้ ปณ.อย่างหนึ่งที่วัยรุ่นใช้เขียนข้อความส่งถึงกัน และเมื่อใครได้รับข้อความจากเพื่อนก็จะส่งข้อความตอบกลับเพื่อนสลับกันไปมา
       
       จากเสน่ห์ของไฮไฟว์ที่ทำให้มีเพื่อนมากในเวลาอันรวดเร็ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมบรรดาสาวขายบริการจึงเลือกใช้ช่องทางนี้เป็นหน้าร้านสำหรับเจอลูกค้าและตกลงกัน
       
       อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงปัจจุบันนี้ โซเชียลเน็ตเวิร์กที่โด่งดังที่สุดคงหนีไม่พ้น "เฟซบุ๊ก" ที่มีผู้ใช้ทั่วโลกหลายร้อยล้านคนเข้าไปแล้ว และในประเทศไทยเอง จำนวนผู้ใช้งานเฟซบุ๊กก็ทวีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนหลายคนที่ไม่เคยสนใจก็ต้องสมัครเฟซบุ๊กตามกลุ่มเพื่อน
       
       Facebook เป็นเครื่องมือทางสังคม ที่ทำให้คนสามารถแบ่งปันข้อมูลกับคนที่อยู่ในสังคมเดียวกันได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ และต่างจาก MySpace เว็บชุมชนออนไลน์อีกแห่งหนึ่ง โดยหลายคนมองว่าคือคู่แข่งของ Facebook ตรงที่ใน MySpace ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริง แต่ Facebook เป็นชุมชนในโลกจริง ที่ใช้ชื่อ E-mail เดียวกัน และต้องการที่จะทำความรู้จักคนอื่นๆ ในสังคมเดียวกันในโลกจริง ข้อมูลที่นำมาแบ่งปันกันใน Facebook จะเป็นอะไรก็ได้ รูปถ่ายตอนไปเที่ยวปิดเทอม ที่อยู่ของเพื่อน หนังที่ชอบ และทุกๆ อย่าง ซึ่งตอบสนองความต้องการของนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่กระตือรือร้นอยากจะรู้จักคนอื่นๆ ในสังคมเดียวกันให้มากขึ้น
       
       ด้วยความที่เฟซบุ๊กสามารถตอบสนองความต้องการของคนในโลกแห่งความจริงที่ต้องการโลกออนไลน์ที่เปิดเผยความจริง จึงทำให้เฟซบุ๊กเป็นที่ต้องการใช้งานของผู้คนทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
       
       จุดนี้เองทำให้เฟซบุ๊กถือเป็นตลาดใหม่สำหรับสาวไซด์ไลน์ที่ต้องการขายตัวเองบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กใช้เป็นเวทีพบปะกับบรรดาเสือผู้ชายทั้งหลาย และผู้ซื้อกามนั้นก็สามารถมั่นใจว่าได้ข้อมูลส่วนตัวของสาวไซด์ไลน์มากกว่าช่องทางเทคโนโลยีอื่นๆ
       
       เทคโนโลยีต่างๆ ที่เกิดขึ้นในยุคดิจิตอลนี้น่าจะตอบสนองความต้องการของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อบริการทางเพศได้ดียิ่งขึ้น เมื่อเทคโนโลยีต่างๆ ถูกพัฒนายกระดับความสามารถขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้คนนำเทคโนโลยีไปใช้ในช่องทางต่างๆ ยิ่งยุคสมัยนี้ความกล้าและค่านิยมที่เปลี่ยนไป การรักนวลสงวนตัวของผู้หญิงปัจจุบันก็ยิ่งน้อยลง และคิดว่าเรื่องการขายบริการเป็นเรื่องปรกติธรรมดา
       
       

       **************
       
       ไซด์ไลน์บนเน็ตเสี่ยงกว่าอ่าง
       
       ป้อ เอ็มที เว็บมาสเตอร์ ilikemassage.com เปิดเผยกับ "ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์" เกี่ยวกับรูปแบบของสาวไซด์ไลน์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว โดย คลีโอพัตรา เป็นที่แรกๆ ที่สร้างสาวไซด์ไลน์ ซึ่งเป็นการสร้างอิมเมจ หรือสร้างสตอรี่ใหม่ๆ ให้กับหมอนวดตามอาบอบนวดในยุคนั้น ซึ่งช่วงแรกเชื่อว่าไม่ได้มีลักษณะของสาวไซด์ไลน์จริงๆ เพราะไม่ได้แตกต่างจากหมอนวด แต่มีราคาค่าตัวที่สูงกว่าหมอนวด หลังจากนั้นสถานอาบอบนวด ต่างมีสาวไซด์ไลน์ ซึ่งจะต้องคัดเลือกรูปร่างหน้าตามากกว่าหมอนวดทั่วไป
       
       "ผมทำเว็บ midnightthailand.com เมื่อปี 2542 โดยมีคอลัมน์ ilikemassage ที่ได้รับการตอบรับ ทำให้มีสถานอาบอบนวดมาลงโฆษณาในเว็บไซต์ ซึ่งในยุคนั้นสถานบริการเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นแดนสนธยา จะลงโฆษณาอะไรก็ลำบาก จะมีก็เฉพาะแมกกาซีนกีฬา หรือหนังสือเฉพาะทางสำหรับคนเที่ยวกลางคืน แต่พอมีอินเทอร์เน็ตเสิร์ฟถึงห้องนอนทำให้เข้าถึงง่าย แม้ในยุคนั้นคนยังเล่นเน็ตไม่มาก แต่ก็มีคนเข้าเว็บนี้ร่วมหมื่นคนต่อวัน จนในปี'43-44 เป็นยุคทองของอินเทอร์เน็ต อาบ อบ นวด โชว์ได้ง่ายขึ้น สาวไซด์ไลน์ก็เริ่มมีการอัปเกรด จากเดิมที่ถูกเรียกว่า หมอนวด ในสถานอาบอบนวด ก็เปลี่ยนคำเรียกใหม่เป็น นางแบบ หรือโมเดล ตามเว็บไซต์ต่างๆ" ป้อ เอ็มที กล่าว
       
       ด้วยความที่อินเทอร์เน็ตสามารถเข้าถึงทุกคนได้ง่าย ทำให้เกิดการใช้คำศัพท์ที่มีความหมาย ซึ่งจะรู้กันเฉพาะกลุ่ม เช่น เกาเหลา ออฟโรด โอโม่ เพื่อให้การใช้คำในอินเทอร์เน็ตไม่หยาบเกินไป
       
       รูปแบบของสาวไซด์ไลน์ในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตค่อนข้างมาก โดยจะแฝงตามร้านคาราโอเกะ เลานจ์ เว็บไซต์ต่างๆ รูปแบบการค้าไม่ต้องอาศัยสถานที่แบบอาบอบนวด เหมือนในอดีต นอกจากนี้ยังแฝงมากับการจัดอีเวนต์ต่างๆ ในรูปแบบของโคโยตี้ ซึ่งที่ผ่านมาจะเห็นฟอร์เวิร์ดเมลเกี่ยวกับปาร์ตี้ต่างๆ ที่มีรูปสาวๆ นุ่งน้อยห่มน้อย จนเกือบจะไม่มีอะไรปกปิดร่างกาย
       
       สาวไซด์ไลน์มี 2 ประเภท คือ ไซด์ไลน์อิสระ กับไซด์ไลน์สังกัดเอเยนซี ไซด์ไลน์อิสระอาจจะสมัครโดยตรงกับสถานอาบอบนวด แต่กลุ่มนี้ก็อาจไปรับงานที่อื่น หรือโพสต์ผ่านเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงการแชตตั้งแต่ยุคของ ICQ MSN แคมฟรอกซ์ hi5 Facebook พัฒนาไปตามเทคโนโลยี แม้กระทั่ง BB ในปัจจุบันก็เป็นช่องทางสื่อสารของบรรดาสาวไซด์ไลน์
       
       ส่วนอีกกลุ่มเป็นสาวไซด์ไลน์ที่มีเอเยนซีคอยดูแล จัดคิว ซึ่งบรรดาสถานอาบอบนวด จะนิยมกลุ่มนี้เนื่องจากติดตามตัวง่ายกว่าสาวไซด์ไลน์อิสระ เพราะติดต่อผ่านเอเยนซีคนเดียวก็สามารถเรียกสาวไซด์ไลน์ได้หลายคน ขณะที่การติดต่อกับสาวไซด์ไลน์อิสระถ้ามี 10 คนก็ต้องโทร.ติดต่อ 10 เบอร์ หรืออาจจะไม่รับสาย
       
       ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นสาวไซด์ไลน์ในระบบ คือมีสถานที่ ติดต่อกับลูกค้าชัดเจน คือ อาบอบนวด แต่ก็ยังมีสาวไซด์ไลน์อีกกลุ่มที่ ป้อ เอ็มที เรียกว่าเป็นสาวไซด์ไลน์นอกระบบ ซึ่งจะเห็นได้ตามหนังสือพิมพ์กีฬา รวมถึงเว็บบล็อกต่างๆ ซึ่งสาวไซด์ไลน์นอกระบบก็มีทั้งแบบอิสระ และแบบสังกัดเอเยนซี ทว่า เว็บมาสเตอร์ ilikemassage.com ระบุว่ารูปแบบสาวไซด์ไลน์นอกระบบจะแปรเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี ไม่ยั่งยืน เพราะสาวไซด์ไลน์ไม่ไว้ใจแขก ขณะเดียวกันแขกก็ไม่ไว้ใจสาวไซด์ไลน์ ต่างกลัวว่าจะถูกบรรดา 18 มงกุฎหลอก
       
       "พอมีอะไรแปลกใหม่ ลูกค้าก็มักไปลอง แต่สุดท้ายก็กลับมาสู่อาบอบนวด เพราะเชื่อใจได้มากกว่า มีสถานที่ หากมีปัญหาก็สามารถตามตัวกันได้ ไม่เหมือนไซด์ไลน์นอกระบบ ไม่รู้ว่าจะโดนอะไรบ้าง บางทีก็โพสต์รูปคนอื่น หรือแต่งรูปจนสวยเกินจริง" ป้อ เอ็มที กล่าว
       
       อย่างไรก็ดี หลังจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแพร่หลาย สังคมเริ่มเปิดกว้าง ประกอบกับเด็กรุ่นใหม่เริ่มติดกับวัตถุนิยม ขณะเดียวกันเรื่องทางเพศกลายเป็นเรื่องที่เปิดกว้างมากขึ้น แม้จะขัดแย้งกับศีลธรรมและความรู้สึกของคนในสังคม ส่งผลให้หลายคนที่ไม่ได้มีอาชีพกลางคืนเข้าสู่วงการไซด์ไลน์ โดย ป้อ เอ็มที ระบุว่ามีกลุ่มนักศึกษาที่เข้าสู่วงการไซด์ไลน์ประมาณ 30% ของสาวไซด์ไลน์ทั้งหมด ส่วนอีก 70% เป็นคนวัยทำงาน
       
       "สาวไซด์ไลน์ในยุคแรกๆ ต้องมีการคัดเลือก บางทีก็ต้องไปติดต่อนางแบบปฏิทินมาร่วมงาน แต่สมัยนี้ไม่ต้องไปคัดเลือกที่ไหน มีสาวๆ โทร.มาทุกวัน อาจเป็นเพราะสังคมเปิดกว้างมากขึ้น" เว็บมาสเตอร์ ilikemassage.com กล่าว
       
       

       
************
       
       
เด็กมัธยมเป้าหมายค้ากามบนเน็ต
       ไอทีวอตช์ ชี้วัตถุนิยมทำปัญหาหนักขึ้น

       
       กรกนก สำเนากลาง หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี (IT Watch) มูลนิธิกระจกเงา ศูนย์กลางด้านข้อมูลเทคโนโลยีที่มีภัยต่อเด็กและเยาวชน กล่าวถึงปัญหาการขายบริการทางเพศบนสื่อออนไลน์ว่า เป็นภัยทางเทคโนโลยีที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในปีนี้ โดยไอทีวอตช์ได้เริ่มเข้ามาติดตามความเคลื่อนไหวเมื่อราว 2 ปีก่อน เริ่มจากประเด็นที่พูดถึง hi5 ซึ่งเป็น Social Network ยอดฮิตในยุคแรกๆ ว่ามีการขายตัวผ่านช่องทางนี้ เมื่อเข้าไปก็พบว่ามีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ไอทีวอตช์จึงขยับมาให้ความสำคัญกับเรื่องสาวไซด์ไลน์ขายบริการทางเพศ โดยเปิดเป็นโปรแกรมสำหรับแจ้งเบาะแสบนเว็บไซต์ www.thaiitwatch.org ปรากฏว่า มีสมาชิกแจ้งเบาะแสโดยพิมพ์ URL ของเว็บไซต์ที่เข้าข่ายนี้เข้ามาเป็นจำนวนมาก เมื่อทีมงานของไอทีวอตช์เข้าตรวจสอบก็พบว่าเป็นเว็บไซต์ที่มีการขายบริการทางเพศแบบไซด์ไลน์จริง มีภาพของหญิงสาว เพียงแต่ก็ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า คนที่อยู่ในภาพเป็นผู้เสนอขายบริการจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้า ไอทีวอตช์เคยได้รับฟอร์เวิร์ดเมลในลักษณะนี้ มีภาพของสาวไซด์ไลน์เสนอให้บริการ พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ แต่เมื่อลองโทร.กลับไปตรวจสอบดู พบว่าไม่ใช่ เจ้าของเบอร์โทรศัพท์นั้นถูกกลั่นแกล้ง เป็นภาพของบุคคลอื่น แต่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของเขา
       
       กรกนก กล่าวว่า ด้วยบทบาทของไอทีวอตช์ ที่จะมองเรื่องผลกระทบที่จะมีต่อเด็กและเยาวชน เมื่อมาบวกกับสิ่งที่เราได้รับรู้ เช่น เรื่องที่ผู้เสียหายถูกกลั่นแกล้งโดยไม่รู้ตัว ถูกโพสต์เบอร์โทรศัพท์ หรือโพสต์รูปถ่าย จึงตั้งธงขึ้นมาว่า การขายบริการทางเพศบนเว็บไซต์ จะมีด้วยกันอยู่ 3 ลักษณะ คือ 1) คนในภาพ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ และเสนอขายบริการอาจถูกกลั่นแกล้ง 2) อาจเป็นการเสนอขายบริการทางเพศจริง โดยหญิงที่ขายบริการอาจถูกล่อลวง หรือถูกชักจูงมาโดยไม่ทันระวังตัว ไม่มีความตั้งใจจะทำ และ 3) คือกลุ่มคนที่ตั้งใจจะใช้เครื่องมือไอทีเป็นช่องทางในการหากินจริงๆ
       
       "การที่เครื่องมือไอทีถูกใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารของการขายบริการทางเพศ ก็จะยิ่งสนับสนุนให้การขายบริการทางเพศมีมากขึ้นได้ เพราะด้วยความสะดวกสบาย ก่อนหน้านี้อาจจะไม่ใช่ต้องการขายบริการไซด์ไลน์เต็มตัว เป็นเพียงแค่ต้องการโชว์ภาพหวิว ซึ่งที่เคยเห็นมาก็มีทั้งจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง อาจเป็นชายแท้ หญิงเทียม ต่อมาเริ่มพัฒนาเป็นการบริการทางเพศ เว็บไซต์สาวไซด์ไลน์แรกๆ ที่เราลองเข้าไปดูต้องมีการสมัครสมาชิก แสดงให้เห็นว่าเรื่องของระบบจะเริ่มเข้ามา ทำให้เริ่มมีรายได้ เพราะผู้สนใจต้องเสียเงินให้ก่อน ก่อนที่จะดูข้อมูลด้วยซ้ำ เมื่อถึงการขอพบ หรือขอคุย ก็ค่อนข้างมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอสมควร เพราะเขาเองก็ระมัดระวัง ขบวนการเหล่านี้อยู่ในประเทศไทย บางทีเราก็เข้าไปพูดคุย ก็เป็นคนไทย"
       
       หัวหน้าศูนย์เฝ้าระวังภัยเทคโนโลยี กล่าวว่า ปัญหาสาวไซด์ไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น มีพื้นฐานมาจากวัตถุนิยมที่เกิดขึ้นในตัวกลุ่มวัยรุ่น เพราะเชื่อมั่นว่า หากไม่มีความต้องการเช่นนั้น คนเหล่านี้คงไม่เข้ามาอยู่ในวงจรนี้ มีหลายคนแจ้งให้เราเข้าไปสำรวจตามมหาวิทยาลัยต่างๆ แต่วันนี้เราไม่จำเป็นต้องเข้าไปดูถึงในมหาวิทยาลัย อยู่ในชีวิตประจำวันทุกวันก็จะพบเห็น เด็กวัยรุ่นถือสมาร์ทโฟน ใช้โทรศัพท์แบล็กเบอร์รี่ ด้วยวัยของคนเหล่านี้อยู่ในช่วงมัธยมต้น หรือมัธยมปลาย จะหารายได้จากที่ไหนที่จะมารองรับตัววัตถุ ซึ่งหากคนไหนไม่มี ก็เป็นค่านิยมของคนไทย คนที่ไม่มี ใครใช้ไม่เป็นจะเชย เป็นคนเดียวในกลุ่มที่ไม่มี ซึ่งตัววัตถุเหล่านี้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ อนาคตอาจเป็นอะไรก็ได้ ซึ่งเทคโนโลยี เครื่องมือต่างๆ ที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อมาพบกับคนที่ตั้งใจจะใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นเครื่องมือกับคนที่ไม่รู้เท่าทัน ปัญหาสังคมเช่นการขายบริการทางเพศจึงเกิดขึ้น
       
       "เราต้องเฝ้าระวังอย่างมาก ช่วงอายุ เป็นช่วงวัยรุ่น 13-18 ปี ระดับมัธยม หรือวัยมหาวิทยาลัย 20 ปีต้นๆ ก็ยังเป็นช่วงที่เสี่ยง โดยภาวะสังคมแวดล้อม และภาวะวัยเรียนที่บางคนอาจช้าหน่อย ไม่ได้คิดไตร่ตรอง ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย เราก็ต้องเฝ้าระวัง เราต้องคอยหาโอกาสปลูกฝังเขาในเรื่องนี้ เพราะในชีวิตประจำวันเราไม่สามารถควบคุมดูแลเขาได้ แต่ก็ต้องคอยบอก คอยเตือนเขา ให้ความรู้เขาเมื่อมีโอกาส สังคมในเวลานี้มีความน่าเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะที่เราเฝ้ามองว่าจะมีการล่อลวงมาตรงนี้หรือเปล่า ที่ผ่านมาเราก็เจอกรณีที่ถูกล่อลวงมาเยอะ เมื่อมาเห็นว่าสุดท้ายเด็กอาจถูกส่งเข้าสู่วงจรการขายบริการทางเพศเช่นนี้ สภาพบรรยากาศสังคมที่เปลี่ยนไป บวกกับสภาพความกดดันในสังคมวัยรุ่น เมื่อมามองด้านพัฒนาการทางช่วงอายุของเขาที่อาจไม่ทันต่อเล่ห์กล จึงถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก"
       
       กรกนก กล่าวต่อว่า ในส่วนของไอทีวอตช์ ได้รับแจ้งปัญหาเด็กสาวถูกล่อลวงหายตัวไปอยู่ตลอดเวลา พบว่าตัวปัญหามีพัฒนาการอยู่ตลอด เด็กที่ตัดสินใจไปหาเพื่อนทางอินเทอร์เน็ตที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เป็นส่วนที่เราต้องคอยเตือนกับผู้ปกครอง สุดท้ายมีที่ก้ำกึ่งว่าไปจบที่การขายตัว แต่เด็กจะไม่ให้ข้อมูลกับเรา ไม่พูด ทางครอบครัวก็ไม่อยากคาดคั้น เพราะกลัวว่าเด็กจะไม่กลับไปอีกแล้วตามกลับมายากขึ้น จุดนี้เองที่ทำให้ไอทีวอตช์ได้ข้อมูลไม่มากนัก เพราะจะคาดคั้นจากเด็กมากก็ไม่ได้ เราไม่ใช่คนในครอบครัว และบางครั้งไอทีวอตช์อาจกลายเป็นผู้สร้างความกดดันให้กับเด็กเสียเอง ปัญหานี้ควบคุมไม่ได้ง่าย ในอดีตพบว่าจะมีการปิด hi5 เนื่องจากเกิดความเข้าใจผิดว่าจะเป็นช่องทางขายบริการทางเพศ สุดท้ายคงไปปิดไม่ได้ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกจุด สิ่งที่ทำได้ก็คือพยายามสื่อสารออกไปว่า สื่อไอทีเหล่านี้มีข้อดีอย่างไร ข้อควรระวังอย่างไร สามารถใช้เป็นเครื่องมือได้ไหม และเตือนว่าอย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว เพราะเราอยู่กับสิ่งเหล่านี้ทุกวัน วันหนึ่งก็อาจเข้ามาถึงเราโดยไม่รู้ตัว เพราะในภาวะนั้น เราไม่ค่อยระวัง อาจถลำเข้าไปอยู่ในวงจรเหล่านี้ได้
       
       กรกนก กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากในส่วนของการเฝ้าระวัง จับตามองความเคลื่อนไหวของการทำผิดนี้แล้ว ในส่วนของการปราบปราม ทางไอทีวอตช์ก็พยายามติดต่อประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มองหาบทลงโทษผู้กระทำผิดในส่วนนี้ว่าผิดกฎหมายฉบับใดบ้างหรือไม่ เพราะกฎหมายไทยส่วนใหญ่ไม่มีเนื้อหาครอบคลุมถึงการกระทำความผิดผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ หรืออาจจะมีการกล่าวถึงแต่อยู่ในกฎหมายหลายฉบับ จำเป็นต้องไปหาฉบับนี้ ข้อนี้ก่อน เพื่อจะเชื่อมโยงไปถึงอีกฉบับ ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี ต้องพิจารณาเป็นกรณีไป เพราะเบื้องหลังมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควร ก็ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากลำบาก
       

       
       
***************
       
       ต้นกำเนิดสาวไซด์ไลน์
       
       ปฐมบทของธุรกิจอาบอบนวดเมืองไทย น่าจะเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2510 โดยประมาณ กับ บางกอก ฮอนเซน ภายใต้การบุกเบิกของเสี่ยอำพล ซึ่งครั้งนั้นรูปแบบการให้บริการยังเป็นเพียงแค่การอาบน้ำให้ดโดยชาวญี่ปุ่นเท่านั้น
       
       พ้นจากปี 2512 เป็นต้นมา ธุรกิจสำหรับคนขี้เมื่อยบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่จึงค่อยๆ ทยอยเกิดขึ้นตามลำดับ นับตั้งแต่ โซเฟีย ดาร์ลิ่ง ฯลฯ และเมื่อโรงอาบอบนวด ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดเช่นนี้ ทาง"ซายูริ"หนึ่งในโรงนวดแถบนี้จึงต้องสร้างความแตกต่างจากบรรดาคู่แข่งในธุรกิจเดียวกัน ด้วยการนำการนวดแบบ บีคอร์ส ที่ย่อมาจากคำว่า Breast Intercourse ซึ่งถือเป็นการนำนวัตกรรมการนวดแบบใหม่เข้ามาให้บริการ
       
       จากนั้นสถานอาบอบนวด หลายแห่งจึงแห่ตาม นำการนวดแบบนี้เข้ามาให้บริการด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น บางแห่งก็เริ่มสร้างสรรค์การนวดแบบอื่นๆ เพื่อสร้างความแตกต่าง และความรู้สึกพิเศษให้กับผู้ใช้บริการ เช่น โตร่า แซนด์วิช และอื่นๆ
       
       กระทั่งปี'32-33 วงการอ่างก็ถึงคราวเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ "จูเลียน่า" ก้าวเข้าสู่วงการในฐานะผู้สร้างกระแสใหม่ หรือ trend setter ฉีกรูปแบบสถานบริการแบบเดิมทิ้ง ด้วยการทุ่มงบลงทุนนับร้อยล้านบาท จากทั่วไปเพียงไม่กี่สิบล้านบาท และฉีกตัวเองมาตั้งริมถนนพระราม 9 แบบสแตนด์อะโลนเป็นรายแรกและรายเดียว พร้อมปรับราคาการให้บริการในแต่ละรอบขึ้นมาเป็น 1,500-1,700 บาท จากปรกติการอาบน้ำทั่วไปจะเริ่มที่ 1,000 บาทต้นๆ เป็นการหนีขึ้นมาจับผู้บริโภคในระดับเอขึ้นไปเป็นครั้งแรก ขณะเดียวกัน มีการวางคอนเซ็ปต์การให้บริการ สถานที่ บรรยากาศที่ทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น การวางตู้ (ที่นั่งของสาวๆ) ไว้ด้านหลัง โดยด้านหน้าจะเป็นเคาน์เตอร์ต้อนรับ ขณะที่แหล่งอื่นๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะพบสาวน้อย และไม่น้อยนั่งหน้าแฉล้มยิ้มต้อนรับอยู่สลอน
       
       จูเลียน่าครองตลาดระดับบนอยู่ประมาณ 4 ปี ก็ถึงเวลาที่บรรดาคู่แข่งระดับเดียวกันเริ่มเข้ามาขอส่วนแบ่งตลาดบ้าง เริ่มจาก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่เปิดวิคตอเรีย ซีเคร็ท ในบริเวณไม่ห่างจากเจ้าตลาดนั้น แต่เนื่องจากจุดอ่อนของสถานอาบน้ำแห่งใหม่อยู่ในซอยที่ห่างจากถนนใหญ่พอสมควร อีกทั้งชื่อของชูวิทย์ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงการ เพราะเพิ่งเข้าสู่ยุทธจักรใหม่ๆ เขาจึงใช้กลยุทธ์แบบรุกเข้าใส่จูเลียน่าอย่างไม่ยั้ง ด้วยการเปิดเกมดึงตัวบรรดานางงามตู้กระจกทั้งหลาย แทนที่จะดึงกลุ่มผู้ชายที่ขี้เมื่อยทั้งหลายโดยตรง
       
       วิธีการของเสี่ยติดหนวดคือ ให้ผลตอบแทนกับสาวๆ เพิ่มมากขึ้น กล่าวคือ หากเป็นอาบอบนวด เกรดเอที่คิดค่าบริการต่อรอบ 1,500 บาท พนักงานให้บริการจะได้รับเงินประมาณครึ่งหนึ่ง แต่ที่วิคตอเรีย ซีเคร็ท จะให้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีก 100 บาทต่อรอบ ซึ่งถือเป็นค่าตอบแทนที่สูงที่สุดในเวลานั้น เนื่องจากหากทำงานวันละ 4 รอบ เท่ากับว่าเธอจะได้เงินเพิ่มวันละ 400 บาท มากพอที่จะเป็นค่าแต่งหน้า ทำผม ค่าอาหาร และค่าแท็กซี่กลับบ้าน ทำให้บรรดาสาวๆ หอบตะกร้าที่บรรจุไปด้วยเครื่องอาบน้ำมายังสถานที่แห่งใหม่กันจนแน่นตู้ไปหมด ซึ่งวิธีการดึงตัวพนักงานสาวเข้าตู้เช่นนี้ถือเป็นการทุบเข้าที่กล่องดวงใจของจูเลียน่าอย่างจัง เพราะ "คุณเธอ" ทั้งหลายถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจอาบอบนวดเลยทีเดียว
       
       ไม่เพียงเท่านั้น วิคตอเรีย ซีเคร็ท ยังอัดงบโฆษณาผ่านสื่ออย่างหนัก โดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ อาทิ ไฟกลางคืน เส้นทางบันเทิง ไนต์ วาไรตี้ ซึ่งเป็นเพียงสื่อประเภทเดียวเท่านั้นที่ผลิตขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของคนกลางคืน
       
       จากนั้นเพียงแค่ 1 ปี สถานบันเทิงแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดภายใต้ชื่อ "พลาซ่า" จึงเริ่มเผยตัวที่ย่านมักกะสัน ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่ชัดเจนที่สุด จากสถานที่ค่อนข้างใหญ่ อันเนื่องมาจากงบลงทุนที่ค่อนข้างมาก ทำให้เจ้าของกิจการต้องใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ภายในสถานที่แห่งใหม่นี้จึงเต็มไปด้วยสถานบันเทิงนานาประเภท เช่น คาเฟ่ ค็อกเทลเลานจ์ สนุกเกอร์ สปา ฯลฯ ที่เข้ามาคอยสูบเงินออกจากกระเป๋าเหยี่ยวราตรีเพศชายทั้งหลาย
       
       ปี 2540 เป็นยุคที่ฟองสบู่ในอ่างฟูฟ่องสุดๆ ช่วงเวลานี้เองที่สถานบริการของชูวิทย์ในสาขาที่ 2-3-4 รวมถึงสถานอาบน้ำในรูปแบบคอมเพล็กซ์เกิดขึ้นมากมาย เช่น เอ็มมานูเอล ฮอนโนลูลู โพไซดอน โนอาร์ เป็นช่วงเวลาที่อาบอบนวดบริเวณถนนรัชดาภิเษก และใกล้เคียงครึกครื้นยิ่งนัก ซึ่งแต่ละสถานที่ก็จะมีจุดขายที่แตกต่างกันไป กล่าวคือ คอนเซ็ปต์ของโพไซดอนจะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับน้ำ และเรือสำราญ, โคลอนเซ (Colonze) เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์บวกกับรีสอร์ต, ลาเดฟองซ์ (La de-fense) นำเสนอเรื่องราวแบบฝรั่งเศส, ชองเอลิเซ จำลองบรรยากาศของสถานที่แห่งนั้น เช่นเดียวกับ มิราจ ที่เหมือนกับยกโรงแรมมิราจของสหรัฐอเมริกามาไว้ที่เมืองไทย
       
       ในช่วงเวลาใกล้ๆ กันนั้นเอง คือประมาณปี 2540-2541 เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนของวงการ แต่คราวนี้เป็นการปรับในเรื่องของตัวผู้ให้บริการแทน เมื่อ นิว คลีโอพัตรา ที่หันมาเปิดแห่งใหม่ที่ย่านดินแดง ภายหลังจากที่ปิดให้บริการบริเวณเพลินจิตลง แต่เนื่องจากเป็นสถานอาบอบนวดเพียงแห่งเดียวในแถบนี้ จึงต้องหาแม่เหล็กใหม่ๆ มาเพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการ เพราะลำพังชื่ออย่างเดียวอาจจะไม่ขลังพอที่จะกวักมือเรียกชายอารมณ์เปลี่ยวให้มาซบยังถ้ำแห่งใหม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงนำสาวให้บริการ ที่ขนานนามเสียใหม่ว่า "ไซด์ไลน์" เข้ามาดึงดูดความสนใจผู้บริโภค และนิว คลีโอพัตรา ถือได้ว่าเป็นแหล่งที่สามารถรวบรวมสาวไซด์ไลน์ที่สวยที่สุด และมากที่สุดมาประดับไว้ยังสถานที่แห่งนี้
       
       สำหรับคำจำกัดความของสาวไซด์ไลน์ที่ว่านี้ก็คือ เป็นเด็กให้บริการที่ไม่ได้นั่งในตู้ โดยใช้จุดขายตรงที่เป็นสาวทำงานตอนกลางวัน หรือเป็นนักศึกษาที่ต้องการหารายได้พิเศษ และใช้จุดขายดังกล่าวยกระดับค่าตัวให้ขึ้นไปสูงกว่าสาวนั่งตู้ทั่วไปประมาณ 2-3 เท่า หรือขยับจาก 2,000 บาท เป็น 5,500 บาท
       
       ปัจจุบันสาวไซด์ไลน์ยังถือเป็นจุดขายสำคัญ และยังเป็นกลเม็ดที่ใช้ได้ดีของบรรดาผู้ประกอบการทั้งหลาย เห็นได้จากโพไซดอนที่ยกพื้นที่ชั้น 3 ไว้สำหรับสาวไซด์ไลน์ทั้งชั้น ยังไม่นับรวมถึงแหล่งอื่นที่มีน้องนางนั่งนอกตู้ไว้คอยสนองความต้องการที่ไม่มีวันมอดของผู้ชาย



แหล่งข้อมูล:
ผู้จัดการ 10 มิย. 53
  10 มิถุนายน 2553   10:03 น.
 
     

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เลขที่ 255 บริเวณสถานสงเคราะห์หญิงบ้านราชวิถี ตึกดรุณวิถี ชั้น 1 ถนนราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0 2 306 8934,8935 e - mail : socialwarning@m-society.go.th 

ออกแบบและพัฒนาโดย : คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ถ.เสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240