ศูนย์บำบัดยาเสพติดเชียงใหม่ ที่พึ่งสุดท้ายของผู้ติดยา
 




              ศูนย์บำบัดยาเสพติดเชียงใหม่ ที่พึ่งสุดท้ายของผู้ติดยา
              ปัจจุบันประเทศไทยประสบกับปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะภาคเหนือทั้งในด้านการเป็นพื้นที่ผลิต การเป็นพื้นที่การค้า การเป็นพื้นที่แพร่ระบาด และการเป็นทางผ่านยาเสพติดมากมายหลายชนิด โดยมีตัวยาหลักที่ประสบปัญหาคือ ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน เอ็กซ์ตาซี และสารเสพติดประเภทวัตถุออกฤทธิ์ต่างๆ

เนื่องจากภาคเหนือมีพื้นที่เอื้ออำนวยมีน้ำโขงไหลผ่านติดกับพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นรอยต่อของสามประเทศ คือ ไทย พม่า และ ลาว ถือเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดที่สำคัญของโลกแห่งหนึ่ง จึงทำให้ประเทศไทยมีส่วนในการผลิตยาเสพติดประเภทฝิ่น และเฮโรอีน ซึ่งผลิตมากในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ นอกจากนี้แล้วในปัจจุบันยังมีการผลิตยาบ้าในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำด้วย

ยาเสพติดที่มีการผลิตในประเทศไทยอีกชนิดหนึ่ง คือ กัญชา ซึ่งมีผู้สูบมากที่สุดในภาคใต้ อย่างไรก็ตามการเป็นแหล่งผลิตของประเทศไทยนั้นปัจจุบันได้ลดปริมาณลงอย่างมาก โดยเฉพาะฝิ่น เฮโรอีน และกัญชา จนอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ในส่วนของการผลิตยาบ้า ได้มีการย้ายแหล่งผลิตไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านเป็นส่วนใหญ่

แม้ยาเสพติดในประเทศไทยนั้นจะลดลง แต่การผลิตตามตะเข็บแนวชายแดนของไทยยังมีอยู่และใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางในการขนถ่ายยาเสพติดออกไปตามประเทศต่างๆ ในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานั้น รัฐบาลได้ประกาศสงครามเอาชนะยาเสพติดจึงทำให้ยาเสพติดในประเทศนั้นลดลง และยังได้นำผู้ที่ติดยาเสพติดมาบำบัดรักษาพื้นฟูเพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาว

ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด เชียงใหม่ จัดตั้งขึ้นเป้าหมายเพื่อจะช่วยเหลือบำบัดยาเสพติดและฟื้นฟูสมรรณภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ได้มีชีวิตที่ดีปราศจากยาเสพติด และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนในสังคมอย่างมีความสุข โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2513 นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ กว่า 40 ปีที่ให้บริการผู้ป่วยด้านยาเสพติด ปัจจุบันศูนย์บำบัดยาเสพติด เชียงใหม่ ได้เปิด คลีนิคฟ้าใหม่ (ย่านข่วงสิงห์)ให้กับผู้ป่วยที่ต้องการเลิกใช้ยาเมธาโดน ยานอนหลับ และตัวยาอื่นๆ

นายแพทย์วรพงษ์ สำราญทิวาวัลย์ ผู้อำนวยการศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีการเสพยาบ้ามากที่สุดในโลกซึ่งนับจากจำนวนผู้เสพมากที่สุด โดยทางศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดเชียงใหม่ มีความสามารถในการรับผู้ป่วยเข้าบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยในทั้งหมด จำนวน 350 เตียง เข้ารับการรักษาประมาณปีละ 1,000 คน โดยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ป่วยที่ถูกบังคับบำบัด ทั้งบังคับโดยญาติพี่น้องและตามกฎหมาย หรือ พรบ.บังคับบำบัด ให้กับพวกที่เสพยาแล้วถูกจับเข้ามารับการบำบัดตามกฎหมาย

ทางศูนย์ฯรับผู้ป่วยในกลุ่มเฮโรอีน ฝิ่น ยาบ้า และสารเสพติดชนิดอื่นๆ โดยใช้กระบวนการกลุ่มบำบัดในรูปแบบชุมชนบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถเลิกสารเสพติดได้ถาวร และการรวมกลุ่มกันของผู้ที่เคยติดสารเสพติดที่ผ่านระยะถอนพิษยา และไม่มีอาการทางจิตเพื่อเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพรูปแบบ "ชุมชนบำบัด" โดยการใช้กระบวนการกลุ่มบำบัดในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ได้อยู่กับครอบครัวใหม่โดยทางศูนย์ฯจะเป็นคนจัดหาให้ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ และเสริมสร้างทักษะการดำเนินชีวิตให้สามารถช่วยเหลือตนเอง และอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข มีการฝึกอาชีพทั้งทางด้านการเกษตร และงานช่างฝีมือ ซึ่งทางศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดเชียงใหม่ ยังคงติดตามผลการบำบัดรักษาต่อไป และมุ่งมั่นที่จะพัฒนากระบวนการบำบัดรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถหยุดสารเสพติดได้อย่างถาวร

แม้ว่าศูนย์บำบัดรักษายาเสพติดภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ให้บริการบำบัดผู้ติดยาเสพติดในประเทศไทย แต่เมื่อเทียบกับจำนวนยาเสพติดที่กำลังเพิ่มปริมาณการระบาดมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะมีกี่ศูนย์บำบัดก็คงไม่พอที่จะรองรับได้ และจากงบประมาณที่รัฐบาลให้ต่อปีก็ไม่เพียงพออยู่แล้วที่จะรองรับรับผู้ป่วยติดยาเสพติดซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างทวีคูณ



แหล่งข้อมูล:
แนวหน้า 6 กย. 53
  6 กันยายน 2553   15:19 น.
 
     

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เลขที่ 255 บริเวณสถานสงเคราะห์หญิงบ้านราชวิถี ตึกดรุณวิถี ชั้น 1 ถนนราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0 2 306 8934,8935 e - mail : socialwarning@m-society.go.th 

ออกแบบและพัฒนาโดย : คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ถ.เสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240