วิจัยพบ “นวดราชสำนักไทย” รักษาโรคนิ้วไกปืน นิ้วล็อก ได้ผล
 




              วิจัยพบ “นวดราชสำนักไทย” รักษาโรคนิ้วไกปืน นิ้วล็อก ได้ผล
             

สธ.เผยผลการศึกษาวิจัยทดลองใช้การ “นวดราชสำนักไทย” รักษาโรคนิ้วล็อก ได้ผลดี ทำให้ลดอาการปวด เหยียดนิ้วได้คล่องตัวขึ้น เตรียมขยายผลใช้ในการรักษาจริง

  ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงการรักษาโรคนิ้วล็อก หรือ โรคนิ้วไกปืน ว่า นอกจากการรักษาด้วยยา และการผ่าตัดแล้ว ยังสามารถรักษาด้วยการแพทย์แผนไทย โดยสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ทำการวิจัยทดลองทางคลินิก เพื่อศึกษาประสิทธิผลเบื้องต้นของการนวดไทย และเปรียบเทียบความแตกต่างของการปวดข้อ และความลำบากในการเคลื่อนไหวข้อในผู้ป่วยโรคนิ้วล็อก โดยศึกษาในกลุ่มที่มีอาการนิ้วล็อก จำนวน 30 คน อายุตั้งแต่ 30-65 ปี ในการศึกษางานวิจัยในครั้งนี้ ใช้วิธีการนวดแบบราชสำนัก พร้อมประคบสมุนไพร เพื่อรักษาอาการปวดจากโรคนิ้วล็อก
       
       
ผลการศึกษาพบว่า หลังการนวดแบบราชสำนักแล้ว อาการปวดกล้ามเนื้อลดลงอย่างชัดเจน กำมือได้ เหยียดนิ้วได้มากขึ้น การหาจุดเจ็บเพื่อดูลักษณะความผิดปกติของข้อ พบว่า ก่อนการนวดผู้ป่วยทุกราย มีความผิดปกติของข้อ แต่หลังจากได้รับการนวดรักษาแล้ว ความผิดปกติของข้อลดลง มีกำลังมืออยู่ในระดับปานกลาง จากผลการศึกษาแสดงให้เห็นถึงผลการนวดไทยที่สามารถช่วยลดอาการนิ้วล็อก รวมถึงอาการปวดข้อ และความลำบากในการเคลื่อนไหวข้อในผู้ป่วยโรคนี้ได้ เป็นภูมิปัญญาของคนไทย ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะพัฒนาขยายผลในภาคบริการ นำมาเป็นทางเลือกใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคนิ้วล็อกต่อไปในอนาคต
       
       ด้าน
นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์
ผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่ปรึกษาโครงการวิจัย กล่าวว่า การนวด จะทำให้กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็นคลายตัว ทำให้เส้นเลือดที่ถูกกดบีบเป็นอิสระ รวมทั้งมีผลกระตุ้นประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือดแดง ทำให้มีการขยายตัว และผลจากการนวด ทำให้เซลล์ปล่อยสารคล้ายอีสตามีนออกมา ทำให้หลอดเลือดแดงขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดแดงไปที่บริเวณที่บาดเจ็บให้ได้รับออกซิเจนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยในการเยียวยา ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ และส่งเสริมความสามารถในการยืดตัวของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันได้
       
       นพ.ปราโมทย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประคบสมุนไพร เป็นศาสตร์และศิลป์เพื่อใช้ในการรักษาความเจ็บป่วยมาช้านาน นอกจากนี้ ยังมีผลการวิจัยในคนยืนยันประสิทธิผลของการประคบร้อนด้วยลูกประคบสมุนไพรซึ่งเป็นการประคบความร้อนตื้นแบบความร้อนชื้น เมื่อสมุนไพรถูกความร้อนตัวยาและน้ำมันหอมระเหยออกจากตัวสมุนไพรแล้วสามารถซึมผ่านผิวหนังได้ เนื่องจากผิวหนังของคนมีชั้นของไขมัน โดยเมื่อประคบนานประมาณ 20-60 นาที น้ำมันหอมระเหยจากลูกประคบสมุนไพรจะซึมผ่านผิวหนังและเข้าสู่ระบบการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ต่อมเหงื่อ เนื้อเยื่อ คอลลาเจน และเกิดการหมุนเวียนทั่วร่างกาย บริเวณที่ได้รับการคลึงด้วยลูกประคบสมุนไพร จะได้รับผลจาก ตัวยาสมุนไพร และน้ำมันหอมระเหย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไพลที่มีคุณสมบัติในการลดอาการปวดและการอักเสบได้ และสามารถเก็บลูกประคบไว้ใช้ได้ต่ออีก 3 วัน โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่ยศเส กทม.โทร.02-2243261-5




แหล่งข้อมูล:
ผู้จัดการ 15 กย. 53
  15 กันยายน 2553   09:31 น.
 
     

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
เลขที่ 255 บริเวณสถานสงเคราะห์หญิงบ้านราชวิถี ตึกดรุณวิถี ชั้น 1 ถนนราชวิถี แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0 2 306 8934,8935 e - mail : socialwarning@m-society.go.th 

ออกแบบและพัฒนาโดย : คณะพัฒนาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ถ.เสรีไทย แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240